ภาพกิจกรรม
 
 
 
สมัครสมาชิก

ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่
ทั้งหมด 3779965 คน
ขณะนี้มี 30 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
 
ปฏิทินกิจกรรม

กันยายน 2010 ตุลาคม 2010
สัปดาห์ที่ 35 1 2 3 4
สัปดาห์ที่ 36 5 6 7 8 9 10 11
สัปดาห์ที่ 37 12 13 14 15 16 17 18
สัปดาห์ที่ 38 19 20 21 22 23 24 25
สัปดาห์ที่ 39 26 27 28 29 30
 
 
หน้าแรก arrow เรื่องเด่น arrow ประชาสัมพันธ์ arrow วัคซีนป้องกันไข้เลือดออก

วัคซีนป้องกันไข้เลือดออก
          งานพัฒนาวัคซีนไข้เลือดออก (DEN vaccine) ซึ่งมหาวิทยาลัยมหิดลกำลังทำอยู่นี้ เป็นการเสนอแนวทางเลือกอีกแนวทางหนึ่ง ได้มีการเลือกใช้ technology ที่เรามีขีดความสามารถทำได้ ทำการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกที่เป็นปัญหาของประเทศไทยเองและอาจจะนำไปใช้ในประเทศอื่นที่มีปัญหาของโรคคล้ายคลึงกัน

    งานพัฒนาวัคซีนไข้เลือดออกที่เคยทำในอดีตในประเทศสหรัฐอเมริกา
    
          หน่วยงานแรกในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่สนใจพัฒนาวัคซีนไข้เลือดออก (DEN VAC) คือ The Walter Reed Army Institute of Research (WRAIR) หน่วยงานดังกล่าวได้ทำการพัฒนาวัคซีน DEN-1 และ DEN-2 ในระหว่าง พ.ศ.2487-2499 โดยวิธีการเตรียมในสมองหนู จากการทำการทดสอบในคนจำนวนน้อย พบว่าได้ผลดี กล่าวคือ มีอาการข้างเคียงเล็กน้อยและสามารถปลูกสร้างภูมิคุ้มกันต่อต้านเชื้อไวรัสที่ฉีดเข้าไปได้ การพัฒนา DEN VAC จากสมองหนูได้หยุดดำเนินการในภายหลังเมื่อพบว่า มีลิงทดลองที่ได้รับวัคซีนบางตัวมีอาการอัมพาตหลังได้รับวัคซีน (1-3)
       
          ใน พ.ศ. 2515-2535 คณะผู้วิจัยของ WRAIR ได้ดำเนินการพัฒนา DEN VAC ต่อไป โดยใช้ purified virus ซึ่ง clone ใน tissue culture ทั้งนี้ผู้วิจัยได้คัดเลือกเฉพาะ virus ที่ทำให้เกิด plaque size ขนาดเล็ก นำไปเป็นไวรัสพันธุ์ต้นตอสำหรับการพัฒนาต่อไป มีการพัฒนาจนได้ DEN VAC ครบทั้ง 4 ชนิด เมื่อนำไปทำการทดสอบในคนในขั้นตอนแรกที่เรียก phase I พบว่าวัคซีนเหล่านั้นก่อให้เกิดผลข้างเคียง (reactogenicity) เกินกว่าเกณฑ์กำหนด ในขณะที่มีการสร้างภูมิคุ้มกันต่อต้านเชื้อไวรัสที่ฉีดเข้าไปต่ำกว่าเกณฑ์กำหนด (4-13) การพัฒนาวัคซีนโดยใช้หลักการ purified clone technique จึงถูกระงับไปในเวลาต่อมา

   งานพัฒนาวัคซีนไข้เลือดออกของมหาวิทยาลัยมหิดล

          งานการพัฒนาวัคซีนของมหาวิทยาลัยมหิดล เริ่มเมื่อ พ.ศ. 2523 เริ่มจากการคัดเลือกไวรัสเริ่มต้น (parent viruses) จากเชื้อไวรัสเด็งกี่ ที่แยกจากคนไข้โรคไข้เลือดออกชนิด DF หรือ DHF มีรายละเอียดดังนี้ DEN-1 และ DEN-2 ได้จากคนไข้ของประเทศไทย DEN-3 ได้จากคนไข้ของประเทศฟิลิปปินส์ สำหรับ DEN-4 ได้จากคนไข้ของประเทศอินโดนีเซีย

                   การทำ virus attenuation ได้ทำการคัดเลือกหา cells ที่เหมาะสมซึ่งยอมให้ DEN virus แต่ละชนิดเจริญเติบโต cell substrate แต่ละชนิดที่นำมาใช้ต้องเป็น cell ที่องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ยอมรับให้ใช้สำหรับเตรียมเป็นวัคซีนของคน พบว่าไวรัส DEN-1, DEN-2 และ DEN-4 สามารถเจริญเติบโตได้ดีใน certified primary dog kidney (PDK) cells สำหรับ DEN-3 ต้องใช้ certified primary green monkey kidney (PGMK) cells งานการพัฒนาวัคซีน DEN แต่ละ serotype กระทำแยกกันโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการปนเปื้อนซึ่งกันและกัน ผู้วิจัยได้ทำการ attenuate DEN-1, 2, 3 และ 4 ถึง passage ที่ 43, 53, 50, และ 60 ตามลำดับ (ตารางที่ 7.1) การทำ virus attenuation ใช้เวลาประมาณ 2 ปี งานวิจัยในขั้นตอนนี้กระทำใน biological clean room สำหรับการ passage ไวรัสนั้น ทำใน biohazard vertical laminar air flow hood วางในห้องดังกล่าว
       
          มีการตรวจสอบคุณสมบัติทางไวรัสวิทยาของเชื้อไวรัสแต่ละ serotype ที่กลายพันธุ์ (variants) อันเป็นผลสืบเนื่องมาจาก
การเพาะเลี้ยงใน tissue culture ทุก ๆ 5-10 passages โดยใช้ biological markers 7 ชนิด (ตารางที่ 7.2) การทำ biological marker studies ใช้เวลาประมาณ 2 ปี งานจึงแล้วเสร็จ ผลของการศึกษา พบมี variants ที่เกิดจาก attenuation process ปรากฏขึ้นจริง (ตารางที่ 7.3) variants เหล่านั้นมีคุณสมบัติทางไวรัสวิทยา ต่างจาก parent viruses ซึ่งใช้เป็นต้นตอ ผู้วิจัยสามารถคัดเลือก variants ที่คิดว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อนำไปใช้เป็น candidate vaccine เพื่อพิสูจน์คุณค่าในการพัฒนาเป็น
วัคซีนสำหรับฉีดป้องกันโรคไข้เลือดออกต่อไปโดยการทำ clinical trials

          อนึ่ง DEN VAC ของมหาวิทยาลัยมหิดลเป็นวัคซีนชนิด uncloned live attenuated vaccine เกิดขึ้นจากการที่ผู้วิจัยเชื่อในสมมุติฐานของการทำ immunization โดยใช้ virus หลาย ๆ variants น่าจะปลูกสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีกว่าการใช้ genetically purified viruses ซึ่งมีผู้วิจัยคณะอื่นทำมาแล้ว แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ

 

   กิตติคุณประกาศ

          ผู้เขียนบทความใคร่ขอขอบคุณ  ศาสตราจารย์  นายแพทย์  ณัฏ ภมรประวัติ  อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย Dr. Scott B. Halstead ในฐานะที่ปรึกษา นายแพทย์สมทรง รักษ์เผ่า ในฐานะนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำพูน (ตำแหน่งในขณะนั้น) ผู้ให้การสนับสนุนทีมงานในการทำ clinical trials นายแพทย์ธวัช จายะนียโยธิน อดีตผู้ตรวจราชการ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะผู้นำทีมงานคัดเลือกหาอาสาสมัคร และนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดล ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการวิจัยทุกท่าน

   ตารางที่ 7.1 Summary on serial passages of dengue viruses

Serotype
strain
Cell substrate
No. of passages
Candidate vaccines
1
H-16007
PDK
43
PDK 13
2
H-16681
PDK
53
PDK 53
3
H-16562
PGMK/FRhL
50
PGMK 30/FRhL 3
4
H-1036
PDK
60
PDK 48


 

   ตารางที่ 7.2 Biological Attributes

1Plaque Size Morphology in LLC-MK2 Cells
2Cytopathic Effect in LLC-MK2 Cells
3Temperature Sensitivity
4Replication in Mononuclear Cells
5Suckling Mouse Neurovirulence
6Monkey Viremia and Antibody Response
7
Infection, dissemination and transmission in mosquitoes



   ตารางที่ 7.3 Summary table on biological marker evaluation of dengue vaccine viruses

  Serial No.                                  Attributes                               Results
         DEN-1    DEN-2    DEN-3    DEN-4
1. Plaque size morphology in LLC-MK2 cell      S, PP     S, PP     M, S      S, PP
2.Cytopathic effect in LLC-MK2 cell        Yes      yes      yes      yes
3. Temperature sensitivity        Yes      yes      yes      yes
4.Replication in human monocytes        Poor   efficient      poor   efficient
5. Suckling mouse neurovirulence          No        no       no   retained
6. Study in primates :        
  6.1  viremia        Low       low      low      low
  6.2  antibody response        Yes       yes      yes      yes
7. Study in mosquitoes        
  7.1  capacity for oral infection     Retained    reduce    reduce      low
  7.2  capacity for dissemination    Moderated      low      low      no
  7.3  capacity for replication         Low      low       no      no
  7.4  capacity to transmission         Low       no       no      no

 

 

 

     


   ตารางที่ 7.4 Homologous PRNT50 results of monovalent dengue vaccine clinical trials in adults

Test article
Last data point
% of day 30/60 responder
GMT (day 180)
(yr after immunization)
Retaining NT titer
DEN-1 PDK 13
1/2
100 (14/14)
62
Candidate vaccine
1
100 (12/12)
53
 
2
100 (9/9)
30
DEN-2 PDK 53
100 (36/36)
133
Candidate vaccine
1
100 (35/35)
88
 
2
97 (32/33)
83
DEN-3 PGMK 30/F3
1/2
100 (7/7)
124
Candidate vaccine
1
100 (7/7)
76
 
2
100 (6/6)
62
DEN-4 PDK 48
1/2
100 (18/18)
133
Candidate vaccine
1
100 (15/15)
76

2
77 (10/13)
22


   ตารางที่ 7.5 Homologous PRNT50 results of polyvalent vaccine clinical trials in adults

 
Last date point
 
% of day 30/60 responder retaining BT titer
Test article
(yr after immunization)
Serotype
Percent
Cases
GMT (180)
DEN2+4
1/2
D2/D4
100/100
11
113/116
1
D2/D4
100/100
11
83/106
2
D2/D4
100/100
10
55/45
DEN 1+4
1/2
D1/D4
100/100
7
81/79
1
D1/D4
100/100
6
74/81
2
D1/D4
100/100
6
47/42
DEN 1+2
1/2
D1/D2
100/100
7
35/47
 
1
D1/D2
100/100
6
23/30
 
2
D1/D2
75/75
4
10/9
DEN 1+2+4
1/2
D1/D2/D4
100/100/91
11
28/60/28
 
1
D1/D2/D4
100/100/91
10
52/84/30
 
2
D1/D2/D4
100/100/100
8
56/89/32


   ตารางที่ 7.6 Steps in Vaccine Development

I.
Basic research
Identification of causative agent
Characterization of host's response to infection
Identification of candidate vaccines
Development of animal model systems
II.
Clinical research
Phase I, general safety and antigenicity studies
Phase II, expanded safety and antigenicity studies, to determine optimal dose and schedule of Immunization
Phase III, clinical trials to establish efficacy
III.
Postlicensure research
Postmarketing surveillance to confirm safety and efficacy (Phase IV)
Continued basic and clinical research to develop improved vaccines if necessary
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

 
     
กลุ่มงานเฝ้าระวังและเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง จ.นนทบุรี ประเทศไทย 11000 โทร. 02-590-3103